"ประโยชน์ของแซลมอน “ราชาแห่งปลาทะเล”
"1. บำรุงระบบประสาทและสมอง ปลาแซลมอนมีโอเมก้า 3 ช่วยให้สมองทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความสามารถในการจดจำ นอกจากนั้นวิตามินเอในปลาแซลมอนเมื่อทำงานร่วมกับกรดอะมิโนจะช่วยป้องกันความเสื่อมของระบบประสาทเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นช่วยลดความเสี่ยงการเกิดอาการซึมเศร้า
2. เสริมสร้างการทำงานของหัวใจและหลอดเลือด เนื้อปลาแซลมอนอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 กรด EPA และกรด DHA กรดไขมันเหล่านี้เป็นไขมันดีมีประโยชน์มากมายต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น ช่วยลดการติดเชื้อ ช่วยไม่ให้เลือดแข็งตัว และขยายหลอดเลือดแดง หากรับประทานเนื้อปลาแซลมอนเป็นประจำ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์จะป้องกันการเกิดโรคหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมองแตก โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคความดันโลหิตสูง และภาวะไตรกลีเซอไรด์ในเลือดสูง
3. ช่วยพัฒนาสมองของทารกในครรภ์ ผู้ที่ที่กำลังตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมลูกสามารถกินปลาแซลมอนเพื่อช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสมองและการเรียนรู้ของลูกน้อยได้ เพราะปลาแซลมอนนั้นอุดมไปด้วย DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นที่เป็นพื้นฐานของเซลล์สมองและจอประสาทตาและยังช่วยป้องกันการเกิดโรคสมาธิสั้นอีกด้วย
4. รักษาโรคข้อกระดูกอักเสบ ปลาแซลมอนนั้นมีส่วนช่วยในการรักษาโรคข้อกระดูกอักเสบและอาการอักเสบของข้อต่อต่างๆ ช่วยเพิ่มและสร้างความสมดุลย์ของการสังเคราะห์คอลลาเจนในกระดูกอ่อนของเรา นอกจากนั้นโปรตีนที่พบในปลาแซลมอนยังช่วยเพิ่มความหนาแน่นของมูลกระดูกและความแข็งแรงของกระดูกด้วย
5. ป้องกันโรคจอประสาทตาเสื่อม การรับประทานเนื้อปลาแซลมอนเป็นประจำอย่างน้อย 2 ครั้งต่อสัปดาห์จะช่วยลดความเสี่ยงของโรคจอประสาทตาเสื่อมที่อาจนำไปสู่การสูญเสียการมองเห็นได้
6. คงความอ่อนเยาว์ ปลาแซลมอนอุดมไปด้วยโอเมกา 3 คอลลาเจนและวิตามินต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเมื่อรับประทานเข้าไปจะช่วยเพิ่มความสดใสให้ผิวพรรณ ทำให้ดูมีน้ำมีนวลและอ่อนกว่าวัย"

ขอขอบคุณที่มา : https://www.pingfai.com/food/608

"สุดยอดประโยชน์ของผักไฮโดรโปนิกส์ที่หลายคนอาจยังไม่รู้"

"ปัจจุบันนี้ เรามักจะได้ยินคำว่าผักไฮโดรโปนิกส์มากขึ้น รวมทั้งมีผู้ที่ทำการปลูกเพื่อการพาณิชย์มากขึ้น ซึ่งบางคนก็อาจจะสงสัยว่ามันคือผักอะไร ซึ่งความจริงแล้ว "ผักไฮโดรโปนิกส์" เป็นเพียงการเรียกวิธีการปลูกผักประเภทนี้ด้วยการใช้น้ำแทนดิน และมีการให้แร่ธาตุที่เหมาะสมเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงว่าเป็นชื่อผักแต่อย่างใด ซึ่งผักเหล่านี้มักจะมีไฟเบอร์สูง และมีความสะอาดจากการปนเปื้อนในดินอีกด้วย มาดูกันว่าผักไฮโดรโปนิกส์ มีผักอะไรบ้าง

ผักกรีนคอส

เป็นผักใบเขียว ๆ ก้านกรอบ ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวและไม่มีรสขม เป็นผักที่มีธาตุเหล็กสูง จึงช่วยลดปัญหาโลหิตจางและผู้ที่ขาดธาตุเหล็กได้ นิยมนำมากินในรูปแบบของซีซาร์สลัด แต่ถ้าหากจะเอาไปผัดน้ำมันหอยก็ไม่เลว เพราะยังคงความสดกรอบอร่อยไม่แพ้ผักชนิดอื่น ๆ

ผักกรีนโอ๊ค - เรดโอ๊ค

ผักชนิดนี้น่าจะเป็นผักไฮโดรโปนิกส์ที่หลาย ๆ คนรู้จักมากที่สุด ด้วยสีสันเขียวแดงโดดเด่นบนจานสลัดนั่นเอง ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียว ทานง่าย เต็มไปด้วยสารอาหารและวิตามินต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ วิตามินซี และธาตุเหล็ก ถึงแม้ว่าจะโด่งดังจากการนำมาทำสลัด แต่หากเอามาใส่ในยำรสชาติจัดจ้าน อย่างเช่น ยำปลาแซลมอนดิบ ยำสเต็กไก่ย่าง จะลืมผักชนิดอื่น ๆ ไปเลย

ผักบัตเตอร์เฮด

ผักชนิดนี้จะมีลักษณะคล้ายผักกาดหอม เพราะมีการห่อตัวเข้าด้วยกัน มีความกรอบอร่อย และอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์และช่วยลดริ้วรอยต่าง ๆ แม้จะนิยมนำมาทำเป็นผักสลัด แต่ถ้าหากเอาไปใช้ห่ออาหารแทนใบเมี่ยงก็จะพบกับสัมผัสที่แปลกใหม่ขึ้น

ผักเรดคอรัล

เป็นผักที่มีสีแดงอมม่วงอมเขียว ลักษณะคล้ายสาหร่ายจับตัวเป็นก้อนกลม ๆ หรือคล้ายผักกาดหอมที่มีใบหยิกกว่า ดูแปลกตาไปสักนิด แต่มีรสอร่อยผิดจากหน้าตาแบบไม่น่าเชื่อ เมื่อทานเข้าไปแล้ว สามารถกระตุ้นน้ำย่อยและระบบย่อยอาหารได้ดี ซึ่งผักชนิดนี้มีสารอาหารมากมาย เช่น โฟเลต ไฟเบอร์ เบต้าแคโรทีน และสารอนุมูอิสระ ใครที่ชอบทานสลัดไม่ควรเขี่ยออกเด็ดขาด

ปัจจุบันนี้ ร้านสลัดต่าง ๆ มักจะใช้ผักเหล่านี้มากขึ้น ซึ่งใครที่ยังไม่ค่อยคุ้นเคยก็อยากให้ลองชิมดู และจะพบว่ามีความอร่อยและสดกว่าผักแบบทั่ว ๆ ไป เพราะเกิดจากการปลูกด้วยน้ำนั่นเอง ส่วนการหาซื้อเพื่อนำมาประกอบอาหารก็ไม่ยาก เพราะปัจจุบันเริ่มมีวางขายตามซูเปอร์มาร์เก็ตและตลาดสดใหญ่ ๆ แล้ว"

ขอขอบคุณที่มา : https://www.sanook.com/women/85775/

บทความอื่นๆ

- “ไขมัน” กินอย่างไรถึงจะดี? ...อ่านต่อคลิก

ขอขอบคุณที่มาhttps://www.sanook.com/health/8393/

- 10 เมนูปลาแซลมอนแบบไทย ถูกปากคนไทย ถูกใจสุขภาพ ...อ่านต่อคลิก

ขอขอบคุณที่มา : https://cooking.kapook.com/view142467.html  

Powered by MakeWebEasy.com